บทความ ประวัติพระเกจิอาจารย์ ทั่วประเทศ พระเครื่อง วัตถุมงคลต่างๆ เรื่องราวต่างๆ ประสบการณ์พระเครื่อง

พ่อท่านแปลก ( เคราเหล็ก ) วัดปากปรน จ.ตรัง

Post image
Post image
Post image
Post image

พ่อท่านแปลก แปลกสมชื่อ แปลกที่ว่าพระเกจิอาจารย์สายเขาอ้อ องค์นี้เก่งจริง แต่ไม่มีใครรู้จักมากนัก ท่านแอบเร้นสงบวิเวกอยู่ที่วัดปากปรน กิ่งอำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง ทั้งวัดมีท่านอยู่เพียงองค์เดียว สมถะ วิเวก เรียบง่าย น่านับถือ มองดวงตาของท่านแจ่มใสเป็นประกาย แสดงให้เห็นถึงญาณสมาบัติอันกล้าแกร่ง มีเพียงคนในจังหวัดตรังและใกล้เคียงไม่มากนักที่รู้ว่าท่านมีอภินิหาร และแก่กล้าพุทธาคมอย่างยิ่งยวด หลายครั้งหลายหนที่ผู้คนประสบพบเห็นอภินิหารของท่านอย่างน่าอัศจรรย์

ผู้เขียนเดินทางไปพบท่านครั้งแรก เพื่อพิสูจน์ว่าท่านเดินไปท่ามกลางสายฝนแต่ไม่เปียก ตามที่เพื่อนผู้หนึ่งซึ่งเคยเดินไปพร้อมกับท่านแต่เปียกฝนเล่าให้ฟัง เพื่อดูว่ามีข้อเท็จจริงเพียงใด แต่วันนั้นไม่พบท่าน มีคนมาหารับไปช่วยผู้ประสบเคราะห์กรรมบางอย่างที่พัทลุง นับจากวันนั้นนับเดือนจึงมีโอกาสไปพบท่าน ด้วยการอำนวยความสะดวกอย่างดียิ่งจาก พ.ต.อ.จักรภาณุ ฤทธิ์สุนทร ผู้กำกับการสถานีตำรวจอำเภอเมือง จังหวัดตรัง และ ได้พบเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์หลายประการ ซึ่งจะนำมาถ่ายทอดให้ท่านผู้อ่าน ได้รู้จักพระเถระผู้มีความน่าศรัทธาเลื่อมใสอีกองค์หนึ่งของภาคใต้

 

• ประวัติ 

พ่อท่านแปลก เกิดในสกุล ชูเท้า ที่บ้านร่มเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2478 บิดาชื่อ นายปาน ชูเท้า มารดาชื่อ นางคุ้ม ชูเท้า เมื่อวัยเยาว์ได้ช่วย บิดา-มารดา ประกอบอาชีพทำนาอยู่ที่บ้านตำบลร่มเมือง จนมีอายุครบบวชจึงได้อุปสมบทที่วัดกลาง อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ศึกษาธรรมและได้เรียนรู้วิชาไสยศาสตร์ จึงเกิดความสนใจวิชาเวทมนต์ คาถาอาคม และไสยศาสตร์แขนงต่างๆ มาก พยายามเสาะหาครูบาอาจารย์ศึกษาจนไปพบอาจารย์ปาน วัดเขาอ้อ ได้เรียนวิชาการต่างๆ มามากมาย เมื่อออกพรรษาบิดา-มารดาให้ลาสิกขามาช่วยงานทางบ้านทำนาต่อไป จึงต้องสละเพศบรรพชิตทั้งที่จิตใจฝักใฝ่จะอยู่ต่อ

 

เมื่อมาช่วยงานทางบ้านมีเวลาว่างๆ ก็หันไปแสวงหาอาจารย์เรียนรู้วิชาทางไสยศาสตร์อยู่เสมอ จนได้พบกับพระอาจารย์นำ แก้วจันทร์ ที่บ้านควนขนุนได้รับการชี้แนะแนวทางเวทมนต์วิทยาคมมากมาย ต่อมามีครอบครัวและเมื่ออายุได้ 33 ปี เกิดความเบื่อหน่ายชีวิตทางโลก เพราะมีจิตใจใคร่ทางธรรมอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก จึงตัดสินใจลาครอบครัวออกอุปสมบทตามความตั้งใจอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ.2510 โดยมี พระครูมุทิตานุรักษ์ วัดท่าแค เป็นพระอุปัชฌาย์ และ พระครูนิเทศน์ธรรมวินัย วัดท่าแค เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระมหาผัน วัดโคกโพธิ์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า " ปุสฺสเทโว " ณ พัทธสีมาวัดควนขี้แรด แล้วจำพรรษา ณ วัดควนขี้แรด พัทลุง ได้หนึ่งพรรษา จึงไปอยู่วัดดอนปรัง แล้วไปจำพรรษาที่วัดควนโตนด จากนั้นไปอยู่วัดบางขัน ต.ห้วยไทร อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เพื่อค้นคว้าเรียนวิชาสายเขาอ้อกับหลวงพ่อปานอีกครั้งหนึ่ง จนเรียนรู้ชำนาญสามารถปฏิบัติได้เห็นจริง จึงธุดงค์ข้ามจังหวัดจากพัทลุงหาความสงบวิเวกบนเขาพับผ้า อยู่ในป่าเพื่อฝึกจิตให้กล้าแข็ง ปฏิบัติธรรมจนถึง พ.ศ.2512

จึงธุดงค์มาถึงวัดปากปรน กิ่งอำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง พบว่าเป็นวัดร้างไม่มีพระอยู่ มีกุฏิเก่าๆ และศาลาผุพังกับป่ารกทึบสงบวิเวก จึงได้จำพรรษาปฏิบัติธรรมอยู่ ณ วัดปากปรนเพียงองค์เดียว วัดปากปรนครั้งนั้นเป็นป่าที่สงบตรงกับความต้องการของท่าน มีสัปปายะที่ดีในการบำเพ็ญภาวนา ระหว่างจำพรรษาอยู่วัดปากปรน เริ่มมีชาวบ้านผ่านมาเข้าไปกราบนมัสการ และเริ่มรู้จักท่านมากขึ้น เพราะนอกจากวิชาคาถาอาคมและไสยศาสตร์แล้ว ท่านมีความชำนาญในตำรารักษาโรคด้วยสมุนไพรอีกด้วย ทั้งนี้เนื่องจากระหว่างที่ท่านธุดงค์อยู่บนเขาพับผ้านั้น มีชาวบ้านซึ่งพบตำรารักษาโรคและตำรับเวทมนต์ในถ้ำวัดในเขา นำเอาตำราทั้งหมดมาถวายท่านเอาไว้ เพราะเอาไว้ในบ้านแล้ว พบสิ่งอัศจรรย์มากมาย เอาไว้ไม่ได้จึงเอามาถวายท่าน ท่านได้ศึกษาตำรับตำราเหล่านั้นอยู่นานหลายปีจนมีความเข้าใจแจ่มแจ้ง

ดังนั้น นอกจากวิชาที่ท่านได้เรียนมาจากสำนักเขาอ้อแล้ว วิชาบางส่วนท่านได้มาจากตำราที่ชาวบ้านพบในถ้ำแล้วเอามาถวายท่าน ด้วยใจที่สนใจไสยศาสตร์มาแต่เดิมจึงทำให้ท่านมุ่งมั่นฝึกฝนจนสามารถปฏิบัติได้จริง มีลูกศิษย์ของท่านหลายคน ยืนยันว่า เคยเดินไปกับท่าน ฝนตกลงมาคนที่ร่วมเดินไปพร้อมกับท่านทุกคนเปียกฝนชุ่มโชก แต่ตัวท่านไม่มีฝนตกถูกจีวรเลยแม้แต่เม็ดเดียว สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคน เมื่อผู้เขียนถามท่านถึงเรื่องนี้ ท่านได้แต่หัวเราะ และเมื่อถามมากๆ ท่านก็ยอมรับว่า

 

ท่านมีพุทธคุณปกป้องคุ้มครองอยู่ หลังจากนั้นไม่นานท่านได้เล่าถึงคาถาอิติปิโสหลายบท และได้เน้นที่บท ฝนแสนห่า ท่านว่าใช้ทางแคล้วคลาด พร้อมทั้งเปรยว่า ฝนแสนห่าตกลงมาไม่ถูกตัว ทำให้ผู้เขียนนึกถึง พระอาจารย์ศรีเงิน วัดดอนศาลา ศิษย์เขาอ้อ ซึ่งล่วงลับไปแล้ว ได้เคยเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า ตะกรุดที่ท่านลงให้ในทางแคล้วคลาดนั้นชื่อ ตะกรุดฝนแสนห่า ลงด้วยคาถา ฝนแสนห่า แบบฉบับของสำนักเขาอ้อ ซึ่งมีเคล็ดพิธีกรรมอีกแบบหนึ่งไม่เหมือนใคร พุทธคุณของคาถาฝนแสนห่านั้น เปรียบประดุจฝนแสนห่าตกลงมาไม่ถูกกาย ใช้ทางแคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งหลายทั้งปวง ผู้เขียนได้เน้นถามพ่อท่านแปลกในเรื่องนี้ปรากฏว่าวิชาที่ท่านเรียนมาเหมือนกับที่อาจารย์ศรีเงินได้เล่าให้ฟัง เมื่อครั้งท่านมีชีวิตแสดงว่า พ่อท่านแปลก ได้สำเร็จวิชานี้ และสามารถทำได้ขลังมีผลให้เห็นเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ท่านเล่าว่านอกจากจะได้วิชามาแล้ว หากไม่ฝึกปฏิบัติทางจิตจนเข้มแข็งก็ไม่สามารถทำได้ตามตำราที่เรียนมา

 

•ไม่สรงน้ำหลายปี

ในบรรดาผู้เคารพเลื่อมใสพ่อท่านแปลกจะทราบกันดีทุกคนว่าท่านไม่สรงน้ำ ไม่เคยเห็นท่านสรงน้ำ ถามท่านว่า

พ่อท่านไม่สรงน้ำมากี่ปีแล้ว? ท่านตอบว่าจำไม่ได้ แต่แปลกที่ว่าเมื่อเข้าไปนั่งใกล้ท่านกลับไม่มีกลิ่นกายแต่ประการใด วรรณะ ราศี ผิวพรรณของท่านกับผ่องใสเปล่งปลั่งและดูสะอาดตามาก

พ่อท่านอาบน้ำในกา ลูกศิษย์หลายคนของท่านเล่าว่า เคยเห็นท่านนั่งอยู่แต่ตัวเปียกน้ำ ทั้งๆ ที่วัดของท่านไม่มีห้องน้ำ และเมื่อสังเกตก็เห็นกาน้ำที่วางข้างตัวท่าน รอบๆ กามีน้ำเปียกอยู่โดยรอบ ฝากาเปิดอยู่ จึงถามท่านว่า พ่อท่านไปอาบน้ำที่ไหนมา ท่านหัวเราะแล้วหันไปมองที่กาน้ำ โดยไม่เอ่ยปากพูดอะไร ลูกศิษย์จึงเข้าใจว่าท่านคงอาบน้ำในกา เพราะหลายคนทราบดีว่าพ่อท่านมีวิชาสามารถย่นหนทางและย่อกายได้อย่างน่าอัศจรรย์

ปืนยิงไม่ออก  หลายปีมาแล้ว ชาวบ้านรอบๆ วัดแอบเข้ามาเล่นการพนันในเขตวัด โดยใช้ศาลาเป็นสถานที่ เมื่อเล่นไปก็มีคนเสียเงินบ้าง คนได้เงินบ้าง คนที่เสียมากคนหนึ่งเป็นนักเลงในท้องถิ่นนั้น เมื่อไม่มีเงินจะเล่นต่อจึงเข้าไปขอเงินพ่อท่านแปลกที่กุฏิ ท่านรำคาญจึงหยิบเงินส่งให้ไป ชายผู้นั้นหายไปพักหนึ่งก็กลับมาอีก คราวนี้มีอาการเมาเหล้าบอกว่าเงินพ่อท่านหมดแล้วขออีก ท่านจึงบอกว่าไม่มีให้ไปหมดแล้ว ชายผู้นั้นก็เซ้าซี้จะเอาเงินให้ได้ พ่อท่านไม่มีให้ จึงเกิดโมโห ชักปืนขนาด .38 ขึ้นขู่พ่อท่าน เพื่อจะเอาเงิน

ท่านก็ตอบว่าไม่มีเพราะให้ไปหมดแล้ว จึงลั่นไกปืนยิงท่าน นัดแรกเสียงดัง แชะ นัดสอง นัดสาม ก็เป็นเช่นเดิมลูกปืนไม่ลั่น พ่อท่านจึงบอกว่าให้ไปไกลๆ ไปยิงนอกวัดโน้น ชายผู้นั้นจึงเดินออกไปยิงที่หน้ากุฏิของท่านอีก 1 นัด ก็ไม่ออก จึงออกไปยิงขึ้นฟ้าที่หน้าวัด ปรากฏว่ายิงออกทุกนัด เรื่องนี้มีชาวบ้านร่วมเห็นเหตุการณ์หลายคนเล่าให้ฟังตรงกัน (ชายผู้นี้ขอสงวนชื่อ ขณะนี้โดนจับคดียิงคนตายยังอยู่ในเรือนจำ เพราะหลังจากนั้นอีกไม่นานก็ไปยิงผู้อื่นตาย และถูกตำรวจจับได้)

พ่อท่านแปลก เกจิอาจารย์ผู้เข้มขลังและปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ท่านถือสันโดษและปฏิบัติธรรมด้วยการพิจารณาอสุภะกรรมฐาน เป็นเนืองนิตย์ มีกระแสจิตแก่กล้า แต่มีความเมตตาเป็นเลิศ นับเป็นเกจิอาจารย์อีกองค์หนึ่งของภาคใต้ ที่น่าเคารพและศรัทธายิ่ง

 

  • ​​​​​​เหรียญรุ่นแรก พ่อท่านแปลก วัดปากปรน

 

  • ล็อกเก็ต พ่อท่านแปลก วัดปากปรน

 

  • ตะกรุดคาดเอว พ่อท่านแปลก วัดปากปรน

 

วัตถุมงคลของพ่อท่านแปลกแทบทุกอย่างมีประสบการณ์มากมาย ขณะที่ผู้เขียนไปนั่งสนทนากับพ่อท่านแปลก มีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ นางสำอางค์ หนูแก้ว ชาวบ้านตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ได้มานมัสการขอผ้ายันต์ของพ่อท่าน เพื่อเอาไปผูกกับรถมอเตอร์ไซค์ เธอเล่าประสบการณ์กับพ่อท่านแปลกว่า เธอเคยป่วยเป็นอัมพาตเดินไม่ได้นานหลายปี มีคนพามาหาพ่อท่านแปลก ท่านต้มยาให้กินและช่วยรักษาเธอ จนทุกวันนี้เธอเดินได้เป็นปกติเหมือนเดิมอย่างน่าอัศจรรย์ ต่อมาเธอได้แต่งงานกับหมออนามัย ตำบลโพรงจระเข้ จึงได้เอาผ้ายันต์และสายคาดเอวของพ่อท่านแปลกไปผูกไว้กับรถปิกอัพของสามีให้ปกป้องคุ้มครอง เมื่อเดือนมิถุนายน 2548 สามีเธอขับรถคันนั้นเกิดหลับในรถแหกโค้งพลิกคว่ำลงข้างถนนสูงหลายตลบ รถพังทั้งหมด แต่สามีเธอไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย เธอมาเล่าเรื่องนี้ให้พ่อท่านแปลกฟัง ต่อหน้าผู้เขียนและขอผ้ายันต์ผืนใหม่ไปใช้กับรถมอเตอร์ไซค์ครับ

 

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในเรื่องราวสำคัญของจังหวัดตรัง ที่เกิดขึ้นเมื่อเทศกาลสงกรานต์ ปี 2550 หรือเมื่อ 7 ปีที่แล้วก็คือ เหตุการณ์น้ำป่าถล่มน้ำตกสายรุ้ง และน้ำตกไพรสวรรค์ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 38 ศพ เพียงแต่รายสุดท้ายที่เป็นหญิงสาววัย 31 ปี ชาวตำบลบางดี อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง นั้น ไม่สามารถพบร่างได้ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะระดมกำลังค้นหาต่อเนื่องกันมาหลายวัน และเป็นระยะทางยาวไกลนับสิบๆ กิโลเมตร แต่หลังจากที่มีการนิมนต์ "พ่อท่านแปลก" ไปทำพิธีบูชาเจ้าป่าเจ้าเขา เพียงแค่ฮึดใจ ก็สามารถค้นพบศพของหญิงสาวเคราะห์ร้าย ในพื้นที่ตำบลโพรงจรเข้ อำเภอย่านตาขาว โดยอยู่ห่างจากจุดที่เกิดเหตุเพียงแค่ไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น 

ขณะที่วัตถุมงคลที่พ่อท่านได้ปลุกเสกเอาไว้หลายต่อหลายรุ่น เพื่อนำเงินมาก่อสร้างศาสนสถานต่างๆ ภายในวัดปากปรนนั้น ผู้ที่ได้ไปต่างก็มีประสบการณ์อันน่าอัศจรรย์อย่างมากมาย โดยเหรียญรุ่นแรก ที่สร้างเมื่อ พ.ศ.2538 เป็นเหรียญทองแดงรมน้ำตาลรูปไข่ ต่อจากนั้น ก็ยังมีการสร้างล็อกเกตรูปพ่อท่าน รวมทั้งรูปหล่อเนื้อเซลลิก้าผสมผง หน้าตัก 5 นิ้ว รูปหล่อเนื้อทองเหลือง หน้าตัก 2 นิ้ว แหวนพิรอด สายคาดเอว และผ้ายันต์ โดยวัตถุมงคลรุ่นล่าสุดนั้น เป็นรูปเหมือนพิมพ์เตารีด เนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อนวโลหะ และเนื้อทองแดง ที่สร้างขึ้นเพื่อก่อตั้ง "มูลนิธิดุษฎีบุญ เพื่อการศึกษา" ซึ่งมีพ่อท่านเป็นประธานอุปถัมภ์

 

นอกจากนั้น พ่อท่านยังได้รับการนิมนต์ไปร่วมปลุกเสก "จตุคามรามเทพ" รุ่นแรก ของ "ขุนพันธ์" หรือ "พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช" มือปราบผู้โด่งดัง ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช รวมทั้งยังได้เดินทางไปร่วมปลุกเสกวัตถุมงคลอีกมากมาย ทั้งในภาคใต้ และทั่วทั้งประเทศ เป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า 100 รุ่น แต่ถึงแม้เวลานี้กระแสพระเครื่อง โดยเฉพาะ "จตุคามรามเทพ" จะเบาบางลงไปมาก แต่ที่วัดของพ่อท่านซึ่งตั้งอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองตรังไปกว่า 60 กิโลเมตร กลับยังคงมีผู้คนที่เลื่อมใสศรัทธาจากทั่วทุกสารทิศเดินไปกราบนมัสการไม่เคยขาด และพ่อท่านก็ให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเองด้วยรอยยิ้มอันมีไมตรีจิต ไม่ว่าผู้นั้นจะมีหน้าที่การงานหรือมีฐานะอย่างไร

 

• มรณภาพ 

พ่อท่านแปลก ท่านได้ละสังขาร อย่างสงบ

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2555

 

“ พ่อท่านแปลก แปลกสมชื่อ ลือเล่าขาน

แปลกด้วยญาณ สมาบัติ วิรัตผล

แปลกแต่จริง สิ่งลี้ลับ กับเวทมนต์

แปลกกว่าคน จะหยั่งรู้ ดูด้วยตา ”